ณ จุดนั้น

posted on 03 Sep 2008 22:54 by withthewind

เหงาหงอย และโหยหิว ในความเป็นมนุษย์ ขาดแคลนและมั่งมีในเวลาเดียวกัน
ไม่เคยเต็ม และ ห่างไกลคำว่าอิ่มลูบไล้สัมผัสตามจินตนาการที่ไม่ได้ปิดบังสัญชาติญาณดิบแต่ไม่ ดัจฯ
สัมผัส แนบชิดและเหินห่าง จากไปและกลับมา เพียงชั่วกระผีกเสียงแห่งความใคร่
ความรักล่องลอยอยู่ทั่วแต่มิได้กล่าวถึง เพียงรู้และพยายามคิดซะว่า รักนั้นคือ เหตุผล
อาจจริงหรือไม่จริง ยังคงโอบกอดกิเลศสีขาว เอาไว้ลึกๆ ให้พอนึกไม่ถึง
ความสุขที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ลืมอดีต และไม่นึกถึงอนาคตอันใดที่เกินกว่า แปดวินาทีข้างหน้า
ความรับผิดชอบ ขนบธรรมเนียม และวัฒนะรรม ถูกบรรจุใส่กล่องและล็อคกุญแจ ไว้ชั่วคราว
เตลิดไปกับอารมณ์ ไร้เหตุผล แต่ดุเป็นจริง มากกว่า สัจะธรรม ถึงรู้ว่าไม่ แต่อยากถามว่าใครสน?
กลิ่นกายอ้อยอิ่งติดจมูก กัน และ กัน ไม่มีบรรทัดฐานเป้นลายลักษ์อักษรว่า หอม หรือ เหม็น
ไม่มีความสวย หรือ หล่อ ไม่มีรวย หรือ จน ณ วินาทีนั้น เรื่องพวกนี้ถือว่า หยาบเกินกว่าจะเอามาคิด
ดูแล้ว อาจจะมี ก็ ณ จุดนี้กระมัง ที่โลกเราเสมอภาค จุดนี้แหละที่ใกล้ imagine ของ เลนน่อน
ผลักดัน เพื่อ ใกล้ชิด คลาสสิค ในความทรงจำ

โอบกอดกันและกันอีกเนิ่นนาน

Comment

Comment:

Tweet

มาคุยกับคุณวินด์ต่อ

จะว่าตอนนี้มีความสุขเต็มที่คงไม่ใช่
แต่พยายามจะเข้าใจความเป็นไปของโลกและคน
เรื่องความรัก คงหนักสุดในตอนนี้
แต่ยังเชื่อว่า ผู้ชาย(โสด)ดีๆ ยังมีเหลือเฟือ (จริงๆ นะ)

ส่วนเรื่องที่ทางอยู่อาศัย
เราอยู่กรุงเทพฯ มานานแล้ว 5 ปี ได้
บ้านเราอยู่นนท์น่ะ
แต่ระยะหลังๆ นี้อยากไปอยู่ต่างจังหวัด
เชียงใหม่งี้ เราว่าก็น่าจะถูกกับจริตเราดีเหมือนกัน

วันนี้คุณเป็นไงบ้าง
เราเริ่มหูตาสว่างแล้ว

#3 By ตินกานต์ on 2008-09-06 20:56

คิดแล้วยากนะครับ ในเืมื่ีอคน สังคม ยังไม่เคยคิดว่าพอ

#2 By นายมาแล็ง on 2008-09-04 10:45

อ่านแล้วคิดได้ทันทีว่า
กำลังมีเรื่องหนักหนากว่าที่ตนกำลังพบอยู่
ที่ท้องถนนนั่น และการสูญเสีย

แต่อย่างว่า
ยามเผลอไผล มนุษย์มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลเสมอ
ฉันจะพยายามเปิดตาให้กว้าง
มองความเป็นจริงของโลก
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
และเรา เพียงฝุ่นเม็ดเดียวของจักรวาลก็เท่านั้น

นี่เราคุยกันเยอะดีนะ

#1 By ตินกานต์ on 2008-09-03 23:08