The novel of the southern past

posted on 05 Jan 2012 00:41 by withthewind

ขณะที่ผมเหม่อมองออกนอกหน้าต่างของรถทัวว์ กรุงเทพ - ชุมพร

 

" นาย นาย เราขอนั่งข้างหน้าต่างได้เปล่า "

 

ผมหันไปทางเสียงที่มีสำเนียงวัยรุ่นและติดแหบนิดๆที่ท้ายคำ . . .

 

เด็กผู้หญิงน่าตาตลกคนนึง ใส่หมวก ยืนจับสายเป้ทั้งสองข้าาง และมีท่าทีรอคำตอบจากผม

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

และนี่คือจุดเริ่มต้น ของ เรื่องที่ผมจะเล่าต่อจากนี้ . . . .

 

" ฝั่งนั้นไง ข้างน่าต่างยังว่างอยู่  "  ผมตอบพลางชี้ไปที่เบาะรถอีกฝั่งนึงที่ยังว่างอยู่

 

" เราถามตอนจองตั๋วแล้ว มันเต็มหมด เราอยากนั่งกลางๆรถ เราอยากนั่งข้างน่าต่างด้วย "

 

เธอพูดเร็วและติดกันเป็นพรืด

 

ไม่บ่อยนักที่ผมจะปฎิเสธคำขอเล็กๆน้อยๆจากใคร ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมซื้อ ตั๊กแตนสาน ปลาหมึกบด

 

 พวงกุญแจ ในร้านเหล้ามาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ก็เนื่องด้วยมันไม่ลำบากเกินไป ที่จะทำให้ใครสมใจ

 

ผมมักเลือกจะทำ แม้แต่เป็นคนแปลกหน้าก็ตาม

 

แต่การเดินทางครั้งนี้ของผม มันเกิดจากที่ผมน้อยใจในชีวิต ที่ไม่เคยลงเอยสมใจ ตามที่ต้องการ

 

ผมตัดสินใจแล้ว ในเมื่อผมไม่สมหวัง เธอ(ผู้แปลกหน้า) ก็จงเรียนรู้ความผิดหวังแบบผมมั่งเถอะ (ฮี่ๆ)

 

ผมเมินหน้ากลับไปทางนอกหน้าต่างเช่นเดิม เป็นการปฎิเสธด้วยท่าทาง และยิ้มในใจกับแผนการ -

 

ทำลายความหวังของเด็กน้อย

 

" พี่คะ ขอนั่งข้างหน้าต่างได้ไหมคะ " เธอยังคงพยายามจะนั่งข้างน่าต่างให้ได้ในเบาะข้างหลังของผม

 

" โทษทีนะน้องเบาะนี้ไม่ว่างแฟนพี่เขาลงไปซื้อน้ำหน่ะ " ชายคนนั้นตอบเธออย่างชัดเจน

 

ถ้าเธอรู้สึกเสียใจกับคำตอบนี้ ผมก็รู้สึกในทางตรงกันข้าม ถึงผมจะรู้สึกโรคจิตนิดๆที่คิดร้ายๆแบบนี้

 

แต่ผมกลับรู้สึกดี  "โทษคะ" "เธอๆ" "น้าคะ" อีกหลายครั้งที่เธอต้องพยายามและทุกครั้งก็ล้มเหลว

 

เธอกลับมานั่งข้างๆผมตามตั๋วที่เธอซื้อมา ผมไม่ได้หันไปมองเธอ เพราะเริ่มรู้สึกผิดอยู่ในใจ

 

แต่ก็รับรู้ได้ว่ามีคนมานั่งข้างๆ ขณะที่ความรู้สึกผิดกำลังคลืบคลานมากัดกินความคิดผม

 

" นาย นาย ทำไมนายอยากนั่งข้างหน้าต่างหล่ะ " เธอถามด้วยน้ำเสียงและสำเนียงวัยรุ่นกรุงเทพของเธอ

 

ผมไม่ชอบสำเนียงเธอเลยยยยยยยยยยยยยย คือความรู้สึกแรกที่ผมรู้สึกจากคำถามนี้

 

" และทำไมเธออยากนั่งหล่ะ " ผมใช้คำถามเป็นคำตอบ ใจจริงๆผมก็อยากรู้ว่าทำไมเธอถึงอยากนั่งนัก

 

" เราอยากเห็นทะเล "  "กว่าจะถึงที่มีทะเลก็มืดแล้วมองไรไม่เห็นหรอก"

 

" เห็นซิเห็นซิ นายให้เรานั่งข้างน่าต่างนะ นะ เราอยากเห็นทะเล "  " นั่งตรงนี้แหละก็เห็นเหมือนกัน "

 

" นั่งตรงนี้เห็นไม่ชัด นายตัวใหญ่นายบังเรา ให้เรานั่งเถอะ เราตัวเล็ก ไม่บังนายหรอก "  "เหรอ!!"

 

" นะ นะ นะ  ผลัดกันนั่งก็ได้ " ผมอดขำไม่ได้กับคำอ้อนวอนของเธอและสุดท้ายมันก็ทำให้เธอสมหวัง

 

" นายใจดีมากเลย นี่นาย ถ้าเห็นทะเลแล้วเราหลับ นายปลุกเราด้วยนะ รู้เปล่าอย่าลืมนะ "

 

" โห เราไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย " " เอาน่าถ้านายหลับ เดี๋ยวเราปลุกนายเอง "

ผมไม่รู้จะเอายังไงกับยายคนนี้แล้ว นี่ไปบอกกับเธอตอนไหนว่าอยากเห็นทะเล  " เฮ่อ! "

ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาฟังเพลง ค้นหาหูฟังในกระเป๋าเดินทาง

ค้นซักพักก็แน่ใจว่าลืมเอามา ระหว่างที่กำลังรู้สึกโมโหตัวเอง และ ความเปลี่ยวเหงาตลอดระยะทาง

เธอคนนั้นก็หยิบโทรศัพท์ ที่เชื้อสายเดียวกับผมขึ้นมา ถึงมันจะใหม่กว่าผมหนึ่งเจเรเนชั่น แต่มันก็เข้ากันได้

" เธอพกหูฟังมาป่ะ เราขอยืมหน่อยซิ พอดีเราลืมเอามา " "เอามา เอามา ได้ๆ แปปนึงนะ "

ผมรับหูฟังจากเธอ เสียบมันกับโทรศัพท์พร้อมทั้งยัดมันลงทั้งสองหู ปรับเบาะเอียงลงเล็กน้อย

เหลียวไปดูว่าเบาะเอียงเกินไปจนรบกวนคนข้างหลังหรือเปล่า ต้อนรับการมาเยือนของดนตรีที่กำลังจะเริ่มแสดง

โอ้วววว นั่งรถไกลๆ กับ เพลง ดีๆ เยี่ยมที่สุด !! เพลงเริ่มดังยังไม่พ้นอินโทร

" นาย นาย เราฟังมั่งซิ "  "เธอว่าอะไรนะ "

เธอทำมือทำไม้พร้อมพูดช้าๆ เหมือนให้อ่านปากว่าว่า "เรา ขอ ฟัง เพลง ด้วยซิ  " จริงๆเธอไม่ต้องทำผมก็ได้ยิน

" งั้นเธอเอาไปฟังก่อน เดี๋ยวเบื่อแล้วเราค่อยยืม " " ไม่ใช่ ไม่ใช่ เราขอฟังด้วย เพลงเครื่องเราเราเบื่อแล้ว "

" งั้นเธอเอาโทรศัพท์เราไปฟัง เราให้ยืม "  " ไม่เอาอ่ะ นายไม่ได้ฟัง เรารู้สึกไม่ดี เราฟังด้วยนะ ฟังด้วยกัน "

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ผมอ่านหนังสือที่เตรียมมา พร้อมฟังเพลงที่เตรียมมา ถึงตอนนี้จะได้ฟังแค่หูขวาหูเดียว ก็ไม่เป็นไร 

เพลง tift merritt ในเครื่องเล่นต่อจาก  groove amanda ที่พึ่งจบลงไป ผมจำเพลงนี้ได้ดี เป็นเพลงที่คนๆนึงชอบ

และผมโหลดติดไว้กับเครื่อง และ คิดถึงเธอเสมอ เมื่อได้ฟังเพลงนี้ คิดถึงเสมอ และ คราวนี้ก็ไม่ได้ยกเว้น

ในห้วงจินตนาการว่าเธออยู่ที่ไหน ทำอะไร สุขสบายดีไหม และสงสัยว่าเธอจะอยากรู้ไหมว่าผมคิดถึงเธอหรือเปล่า

" นาย นาย เพลงนี้เพราะดีเนอะ เราไม่เคยฟังเลยอ่ะ เพลงของใคร เหรอ "   . . . . . . . . . . . . ผมแกล้งไม่ได้ยิน

" นายยยย เพลงนี้เพราะดี เพลงของใครเหรอ " เธอพูดดังขึ้นและใช้ตัวกระแทกที่ไหล่ผมเบาๆ " tift merritt "

" ไม่เคยได้ยินเลยยย ชื่อเพลงอะไรเหรอ " ผมหันโทรศัพท์ที่วางไว้ ให้เธอดูเพลลิทส์ แทนคำตอบ

เธอหยิบแว่นอันน้อยขึ้นมาใส่แล้วก็ลากเสียงว่า  " โออออออ เคคคคคคคค อะโนเดอร์ ครันทรี "

พร้อมทั้งหยิบปากกาและจดมันลงที่ข้อมือของเธอ ผมดูท่าท่างตลกๆของเธอก็อดขำไม่ได้

" นี่ ไม่ใส่แว่นแล้วมองไม่ชัดเหรอ แล้วทำไมไม่ใส่ตลอดหล่ะ " " เพื่อนเราบอกว่าเราใส่แว่นแล้วไม่น่ารัก "

ผมยิ้มนิดๆก่อนพูดว่า " เพื่อนเธอก็พูดไม่ได้ผิดนะ  งั้นใส่คอนแทคซิ " " โหยยยยย เราใส่ไม่ได้ รำคาญ "

" เอ่อ นี่เธอชื่ออะไรเหรอ " " ชื่อพลอย ทำไม จะจีบเราหรือ " " ไม่ต้องจีบแล้ว ใครเห็นก็นึกว่าเป็นแฟนกันแล้ว -

- นั่งฟังเพลงใช้หูฟังอันเดียวกันแบบนี้ ฮะฮะ "  " นายก็คิดได้นะ ใครจะคิดไงไม่เห็นสำคัญ เราก็แค่ฟังเพลงด้วยกัน "

" หึ ก็แค่ล้อเล่น เราชื่อวินนะ เรียกพี่วินก็ได้ ดูเธอก็น่าจะอ่อนกว่าเราหลายปี " " อือ ไม่เรียกพี่นะไม่ชอบเรียกใครพี่ "

" แล้วแต่ " เรานั้งฟังเพลงกันจน วนแล้ววน อีก เพราะในเครื่องผมไม่ได้มีเพลงมากนัก จนถึงจุดพักรถจุดแรก

ผมรุกจากที่นั่ง และเดินออกมาจากรถ บิดขี้เกียจเสร็จสรรพควักบุหรี่พร้อมใช้ตามองหาร้านกาแฟที่ดีกว่า กาแฟ เซเว่น

ระหว่างผมเดินออกจากเซเว่น (เพราะไม่มีอะไรที่ดีกว่า) และ สูบบุหรี่อย่างมีความสุข ผมก็ได้เห็นเพื่อนร่วมทางจำเป็น

สูบบุหรี่อยู่ลิบๆ เธอนั่งขัดสมาธิลงบนฟุตบาต สีแดงที่บุหรี่สว่างวาบ ซักพัก ก็แทนที่ด้วยกลุ่มควัน

หลังจาก รถออกเดินทางอีกครั้ง ผมสัญญากับตัวเองว่าจะทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่านี้ . .. .

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เรากลับมานั่งที่เดิม ผมดึงผ้าห่มที่ใช้พิง มาห่มที่ขา พร้อมพูดขึ้น " คราวนี้จะขอห่มด้วยอีกเปล่า ห่มด้วยกันไง "

 " ตลกแล่ว เราไม่ห่ม แค่นี้ก็ร้อนจะตายแล้ว " " ร้อนตรงไหนเนี่ยยย เขาหนาวกันทั้งรถ " " เราขี้ร้อน "

" โอเค คนขี้ร้อนจะไปทำอะไรที่ชุมพร " " ไปทะเลไง เราจะไปเกาะเต่า แล้ว นายหล่ะ " " เราก็จะไปเกาะเต่า "

ผมตอบพร้อมทำสีหน้าให้รู้ว่าล้อเล่น " เอาดีๆ ดิ " " เพื่อนเราเป็นคนชุมพร มันจะบวชเรามางานบวชเพื่อนหน่ะ "

"เออ นี่ เพลงฟังซ้ำบ่อยแล้ว เอาเครื่องเธอมาฟังบ้างซิ " "เครื่องเราเราฟังเบื่อแล้ว ของนายเรายังไม่เบื่อ ฟังไปก่อน "

"แบตมันจะหมดแล้ว เดี๋ยวเราต้องโทรหาเพื่อน บงเบอร์อะไรก็อยู่ในนี้ งั้นไม่ฟังแล้วกัน นั่งกันไปเงียบๆ "

อุบายเล็กๆของผมเป็นอันสำเร็จ เธอหยิบเครื่องของเธอมาเสียบและเปิดเพลง

หลายบทเพลง ที่เธอฟัง คือเพลงที่ผมชื่นชอบอยู่หลายเพลง หลายเพลงผ่านไป เราไม่ได้พูดอะไรกันมาก

ซักพักใหญ่ๆ เธอก็พูดขึ้นและชี้มือไปที่หน้าต่าง " นั่นไงทะเล "  ผมมองออกไปเห็นแต่ความมืดของค่ำคืน

 " มืดขนาดนี้รู้ได้ไงเป็นทะเล " " เดี๋ยวดูนะ ไฟแดงๆที่ลอยอยู่ตรงนั้น ก็ไฟจากเรือประมง มีเรือก็ต้องมีทะเล"

"อ่อ ใช่ แต่มืดขนาดนี้มองไม่เห็นความสวยของทะเลเลย " " แต่มันก็คือทะเล " ผมมองใบหน้าเธอ

เธอจ้องมองเหม่อไปที่นอกหน้าต่าง ผมไม่เคยเจอใครชอบทะเลเท่าเธอ เหมือนฝันของเธอเป็นจริง

ผมนึกในใจว่าตอนเธอถึงที่เกาะเต่าเธอจะมีความสุขเพียงใดเริ่มรู้สึกอยากเห็นหน้าเธอตอนเจอทะเลล้อมรอบ

ผมว่าเธอคงกรี๊ดลั่นตั้งแต่ตอนนั่งเรือแล้วชอบทะเลซะขนาดนี้ และมันก็ทำให้ผมนึกถึงใครคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็คง

ชอบทะเลเหมือนกัน ผมคิดถึงเธออีกแล้ว ขนาดบอกกับตัวเองก่อนเดินทางว่า จะมาใช้เวลาที่นี้โดยจะหัดให้ตัวเอง

ไม่คิดถึงเธอบ่อยๆ เพราะมันมักนำพาความเหงาแปลกๆ และความผิดหวังเจื่อนๆมาด้วย ผมพยายามสลัดเธอออก

จากความคิด แต่ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ และจบลงด้วยคำถามเดิมๆ    .... ทำไมเธอไม่รักผม . . .. .

คำตอบมีเป็นร้อย แต่ผมไม่อยากจะยอมรับซักข้อ ผมไม่อยากยอมรับจริงๆ แต่วันนึงผมก็คงต้องยอมรับ . . . . .

" นาย ขอบใจนายมากนะ ที่ให้เรานั่งข้างหน้าต่าง " เธอปลุกผมจากความฝันชั่วครู่ " . . . .ไม่เป็นไร เราเฉยๆ "

"เฉยๆ กับทะเลนี่นะ " เธอตกใจยังกะวะผมบอกว่าผมเป็นมนุษย์ต่างดาว " ก็บ้านเราอยู่ใกล้ทะเล เราเห็นจนเบื่อ "

" โหย น่าอิจฉา นี่ถ้าบ้านเราอยู่ใกล้ทะเลนะ เราคงไม่ไปไหนอีกเลย "  " เว่อ นานๆเธอก็เบื่อ "  ผมตอบแบบมั่นใจ

" เราไม่เบื่อหรอก เราไม่เคยเบื่อสิ่งที่เรารักเลย " " งั้นเธอก็คงเคยมีแฟนแค่คนเดียวและคบกันจนถึงทุกวันนี้ซิ "

" มันไม่เหมือนกัน " "ไม่เหมือนกันยังไง " " ไม่เหมือนกันแล้วกัน น่าาาาาา " " ก็บอกมาซิว่าไม่เหมือนกันยังไง "

" กับสิ่งที่เรารักเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันรักเรารึเปล่า ถ้าวันนึงมันเปลี่ยนไปก็ไม่โทษมันหรอก แต่กับคนที่เรารักมัน

เคยบอกว่ารักเราและมันก็เปลี่ยนไป เราหน่ะ ไม่เคยเบื่ออะไรที่เรารักหรอก แต่มันจี๊ดอ่ะ ถ้ามันไม่รักเราเหมือนเดิม "

" โฮ่ ...... จดใส่เศษกระดาษมาตอบป่ะเนี่ยยยย " " ก็บอกแล้ว ว่าไม่เหมือนกัน "

จริงของเธอ ในเวลาที่เราแอบรักใครซักคนเราไม่เคยมองเขาไม่ดีหรือโทษอะไรเขาเลย คงเหมือนที่เธอรัก ทะเล

อะไรๆก็ดีก็งดงามไปหมด เพียงได้แต่มอง อยู่ห่างๆ วาดฝันกันไปต่างๆ นาๆ และคงไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอามาเสียใจ

ว่าก็ว่า ผมคิดถึง คนเดิมอีกแล้วว . . . .. .       . ... .. ..               .. .. . .. .. . ..            .. . ..       

เราพูดคุยกันถึงเรื่องเพลง เรื่องหนัง และ เรื่อง อาหารการกิน คนในรถส่วนใหญ่ก็หลับ รถยังคงรักษาความเร็ว

ผมคุยกับเธอ รู้สึกดีขึ้นกับเธอเรื่อยๆ ได้รู้ปูมหลังของเธอนิดหน่อย ผมยิ่งคุยกับเธอคนนี้ ยิ่งคิดถึงเธออีกคนหนึ่ง

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ที่สถานีขนส่ง ชุมพร ผมโบกมือลา เธอ คิดจะขอเบอร์ติดต่อกับเธอ แต่ สุดท้าย ก็ไม่ได้ขอ

อยากตะโกนบอกเธอว่า ขอให้เธอไปถึงเกาะเต่าอย่างสวัสดิภาพ แต่ก็ไม่ได้ทำ และ ยิ่งคิด ยิ่งอยากทำนั่น ทำนี่

แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย หยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนถึงได้เห็นว่ายังไม่ได้คืนหูฟัง ผมวิ่งไปตามหาเธอ แต่ก็ไม่พบ

เพื่อนให้ญาติขับรถมารับ พร้อมเพื่อนๆที่มาถึงก่อนหน้านี้ เราทักทายและ อำกันเหมือนเช่นเคย นัดแนะกันถึง

การดื่มหลังงานเสร็จ ถึงบ้านเพื่อน ผมรู้สึกง่าง เพราะไม่ได้หลับมาเลยตลอดทาง งานบวชดำเนินไปจนเสร็จ

ขึ้นไปลาพระใหม่ พระบอกให้ค้างอยู่บ้านพระได้เลย เตรียมการรับรองไว้หมดแล้ว เพื่อนๆก็พร้อมจะฉลองแล้ว

ผมลงจากกุฎิ สูบบุหรี่ พ่นควันออก ช้า ช้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนไปที่เบอร์ของเธอ นั่งมองเบอร์เธออยู่เนิ่นนาน

ผมไม่กล้าโทรไปจริงๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร มันยากมากสำหรับผม  มันเป็นเรื่องบ้าที่สุดที่ผม พร่ำบอกตัวเองว่า

รักเธอเพียงไหน มันไม่มีค่าเลยจริงๆที่ทำเช่นนั้น มันรังแต่ . . .. จะทำให้ผมห่างไกลกับเธอมากขึ้นไปอีก

ผมเดินกลับเข้าไปที่กุฎิ เพื่อนๆกำลังนั่งคุยกับพระใหม่

" พระช่วยให้ญาติพระไปส่งผมหน่อยซิ " " โยมจะไปไหนหล่ะ ขาดเหลืออะไรแถวนี้ก็มีนะ" " เออมึงจะไปไหนวะ "

 

" ไปเกาะเต่า!! "

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ณ ท่าเรือ เรือ กำลังจะเข้าจอดเทียบท่าที่ชุมพร

เมื่อเสียงรอสาย ถูกตัด ด้วยการรับสาย เป็นเสียง กึก เหมือนแผ่นเสียงสะดุด

" เรารักเธอนะ และ ต่อจากนี้มันจะไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เราเสียใจอีกแล้ว "

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

วิน มาทำอะไรที่นี่ ? . .

 

เอาหูฟังมาคืนหน่ะ ตอนแยกกันก็ลืมคืน . .

 

- - - - - - - - - - - - - - - - -  - - - - - - - -  - - -  - - -  - - - - - - - -  - - - -- - -  - - - - - -- -  - -

 

หลังจากที่เรือเข้าเทียบท่า พระอาทิตย์ก็ใกล้ตกดินแล้ว ผมมองหาเธออยู่ไม่นานนัก

 

ก็พบเธออยู่ไม่ไกลจากหาดแถวนั้นกำลังเอากิ่งไม้ขีดลงบนหาดทราย ผมเดินไปหาเธอในทันที

 

แต่ในใจก็รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก คิดถึงแต่คำตอบว่าจะบอกกับเธออย่างไรดีกับเหตุผลที่ผมตามเธอมา

 

เพราะเอาเข้าจริงๆผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าผมจะตามเธอมาเพราะอะไร แต่ก็ได้แต่บอกตัวเองว่า

 

ก็เอาหูฟังมาคืนไง แค่นั้นแหละ ที่ทิ้งเพื่อนๆไว้ที่บ้านพระใหม่และนั่งเรือเที่ยวสุดท้ายมายังเกาะแห่งนี้

 

ก็เพื่อน้ำหูฟัง ของคนแปลกหน้าที่บังเอิญนั่งรถทัวว์ข้างกันมาคืน มันดูพิลึกและฟังไม่ขึ้น

 

แต่ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ดีกว่านี้ จะบอกกับเธอหรอกนะ ยิ่งคิด ยิ่งเดินช้าลง ยิ้งคิด ทิศทางเดินยิ่งเปลี่ยน

 

ลีโอกระป๋องนึงครับ! ผมเปลี่ยนเดินเข้าร้านค้าที่ริมหาด หยุดดื่มเบียร์ที่ร้านนี้ และเช็คอินเข้าที่พักของร้านนี้ด้วยเลย

 

มันคงดีกว่าที่ผมจะมาเที่ยวที่เกาะนี้ แล้วบังเอิญเจอเธอ ช่างเป็นความโง่ที่ใช้หลอกตัวเองได้ผลจริงๆ

 

หลังจากเช็คอินและเก็บสำภาระอันน้อยนิดเรียบร้อยแล้ว ผมรีบเดินไปหาที่สุดท้ายที่เคยเห็นเธอ

 

แต่เธอก็ไม่อยู่แล้ว เหลือไว้เพียงภาพการ์ตูนที่เธอเขียนไว้บนหาดทราย การ์ตูนตัวขีดหัวกลมๆสองตัว กำลังจับมือกัน

 

ตัวหนึ่งมีใส่หมวก และอีกตัวหนึ่งมีขีดตรงตัดขวางที่หัว ผมจินตนาการไปว่าตัวใส่หมวกคงเป็นเธอ และอีกตัวหนึ่ง

 

คงเป็นสาเหตุให้เธอมาที่นี่คนเดียว ผมนั่งลงตรงภาพที่เธอวาด และคิดถึงใครอีกคนหนึ่งที่เป็นเหตุผลให้ผม -

 

มาที่นี่คนเดียวเช่นกัน นานเท่าไหร่ไม่รู้แต่คลื่นเริ่มสาดมากระทบที่ๆผมนั่งแล้ว ภาพของเธอบางส่วนถูกคลื่นลบ

 

ออกจากหาดทรายแห่งนี้แล้วเช่นกัน ทะเลแห่งนี้ลบร่องรอยของคนที่แวะเวียนมาที่นี้กี่ล้านกี่แสนคนกันแล้ว

 

แล้วกี่ล้านกี่แสนคนที่เคยมาที่นี่ จะลบความทรงจำของทะเลแห่งนี้กันไปหมดหรือยังนะ  . . . . คงไม่หมดทุกคนหรอก

 

ผมแวะกินข้าวที่ร้านเดิมตอนเข้ามาที่เกาะ และซื้อเบียร์หนึ่งแพ็ค  หาดทรายตรงนี้ไม่มีภาพการ์ตูนสองตัวนั่นแล้ว

 

แต่มีเธอยืนอยู่แทน ผมค่อยๆเดินเข้าไปหาเธอจนแน่ใจว่าเป็นเธอแน่ เธอหันมาตามเสียงฝีเท้าที่กระชั้นเข้าใกล้

 

นาย เอ่อ ไม่ซิ วินมาทำอะไรที่นี่ ? . . .

 

เราก็ไม่แน่ใจนะ แต่ถ้าจะให้ตอบตอนนี้ ก็เอาหูฟังมาคืนหน่ะ ตอนแยกกันก็ลืมคืน

 

อือ เอาหูฟังมาคืน ก็เป็นเหตุผลที่ใช้ได้แล้ว แล้วนี่คืนแล้วจะกลับเลยหรือเปล่า . .

 

ไม่มีเรือกลับแล้วหล่ะ แล้วเราก็หาที่พักแล้ว คงค้างที่นี่และกลับพรุ่งนี้หล่ะ

 

ฮ่าๆ เราก็ถามเล่นๆไปแบบนั้นหล่ะ เออนี่ ขอเบียร์กระป๋องนึงซิ

 

เอ่ออออ เอาซิ.  เรานั่งดื่มเบียร์กันตรงนี้ นอกจากเสียงคลื่นและเสียงเพลงเบาๆที่แว่วจากร้านอาหารแถวนี้

 

ไม่มีเสียงใดเกิดขึ้นอีกระหว่างเรา เบียร์ของเธอยังคงอยู่เธอดื่มมันอย่างช้าๆ ส่วนของผมหมดไป 3 กระป๋องแล้ว

 

ผมลุกขึ้นคิดว่าจะเดินไปซื้อเบียร์มาเพิ่ม " จะกลับแล้วเหรอ นั่งเป็นเพื่อนกันก่อนซิ "

 

อ่อเปล่าหรอกจะไปซื้อเบียร์หน่ะ  " งั้นฝากซื้อให้กระป๋องนึงนะ เลี้ยงด้วย " ผมยิ้มให้เธอเป็นการตอบรับ

 

หลังจากได้เบียร์มาแล้วเราก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เหมือนดั่งก่อนหน้านี้ เธอมองออกไปที่ทะเลที่มืดสนิท

 

ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร ผมก็มองออกไปที่ทะเลเหมือนดั่งกับเธอ แต่ในหัวผมคิดอยากรู้ว่าเธอนั้นคิดอะไรอยู่ . . .

 

ทะเลตอนกลางคืนนั้นดูลึกลับและเศร้าหมอง เกลียวคืนสีขาวตัดกับท้องน้ำสีดำ ที่ระยิบระยับเมื่อแสงจันทร์พ้นเงาเมฆ

 

จะว่าสวยก็สวยเกินบรรยาย แต่กลับรู้สึกโศรกเศร้าเมื่อจ้องมองนานๆ แต่ก็ผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง

 

ระหว่างที่ผมหันเหความคิดจากเธอไปถึงทะเล เธอก็ลุกขึ้นถอดรองเท้าแต่ของเธอและเดินลงทะเลลงไป

 

เธอไม่ได้หันมองผม ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เธอเดินลึกลงไปในทะเล จนน้ำถึงเอวเธอก็พุ่งตัวว่ายน้ำออกไป

 

เป็นเหตุการณ์ชั่วพริมตาที่ผมนึกคำพูดไม่ออก กว่าจะนึดออกว่าควรถามว่าเธอจะทำอะไร เธอก็ว่ายน้ำเข้าสู่ความมืดแล้ว

 

และเธอก็ค่อยๆลับตาไป ใจผมเริ่มรู้สึกไม่ดีและกังวลถึงการกระทำของเธอ ครั้นอยากจะว่ายน้ำตามไปหา

 

ก็สุดปัญญาเพราะผมว่ายน้ำไม่เป็น ผมไม่รู้จะทำอะไรที่ดีกว่าที่ทำอยู่ตรงนี้ ผมไม่รู้จริงๆว่ามีหนทางใดจะดีกว่าที่ผมทำอยู่

 

ผมนั่งรอที่เธอถอดรองเท้าเอาไว้ และ คิดเอาเองง่ายๆว่า อย่างน้อยเมื่อเธอว่ายน้ำจนเบื่อแล้วเธอคงมาเอารองเท้าที่ตรงนี้

 

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลใจของผมลดลงเลย ถึงแม้ผมจะถามตัวเองว่าทำไมต้องกังวล ผมก็หาคำตอบใดมาตอบ -

 

ตัวเองได้เช่นกัน นานหลายนาที ห่างจากที่ผมรอเธอซักสิบเมตร ผมก็เห็นเธอเดินขึ้นมาบนหาด เธอเดินตรงรี่มาที่ผม

 

และสวมหยิบรองเท้าที่เธอทิ้งเอาไว้ " นี่ ขอไปอาบน้ำที่ห้องได้ไหม พอดีเราไม่ได้เช่าห้องไว้หน่ะ  "

 

ผมได้แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับ เพราะผมไม่รู้เหมือนกันว่าควรพูด หรือ รู้สึกอย่างไร แต่ที่ผมรู้สึกในตอนนี้ คือผมโกรธเธอ

 

- - - - -  - - - - - - - - -- - - - - - - - -- - - - - -  - - -- -  -- - - - - - - - - - - - - - - - --  -- - - - - -  - -- - - - - - -- - - - - --

 

เมื่อถึงห้องผมหยิบผ้าเช็ดตัวให้เธอ เธอรับและเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที ผมนั่งรอเธอบนเตียง ขณะที่เสียงฝักบัวทำงาน 

 

เหมือนผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆคลอมากับเสียงน้ำกระทบพื้น และในทันทีผมลุกขึ้นไปเปิดเพลงในห้องและเร่งเสียงให้ดังขึ้น

 

ผมไม่มั่นใจนักว่าผมได้ยินเธอสะอึกสะอื้นหรือเปล่า แต่ผมก็อยากให้เธอมั่นใจว่า ผมจะไม่ได้ยินเสียงนั้น

 

เพลงผ่านไปหลายเพลง เธอออกมาพร้อมชุดที่ยังเปียกอยู่ และผ้าเช็ดตัวของผมพันหัวเธอไว้

 

" ขอบใจนะ นี่ให้คนแปลกหน้าใช้ห้องน้ำบ่อยเปล่าเนี่ย ". . เธอยิ้มและเอ่ยถามอย่างคนอารมณ์ดี

 

" อือ นี่ครั้งแรกหล่ะ แต่หลังจากนี้จะเปิดห้องน้ำให้คนมาใช้ฟรีในทุกวันหยุดแล้ว แหละ "

 

" นาย เอ้ย วินนี่ก็เป็นคนตลกใช้ได้นะ เอ่อ นี่ ผ้าเช็ดตัวนาย เปียกหน่อยนะ เดี๋ยวเราไปเอาชุดมาเปลี่ยนก่อน "

 

เมื่อเธอพูดจบเธอก็เดินออกจากห้องไป ผมลุกไปมองเธอที่หน้าประตู ใจนึกอยากตามเธอไป แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น

 

ผมปิดประตู นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมยังเรียบเรียงเหตุการณ์และความรู้สึกตัวเองไม่ถูก มันดูตื่นเต้นและสับสน

 

ผมนึกถึงเธอ นึกถึงการกระทำของเธอ ตั้งแต่แรกที่เจอเธอจนถึงตอนนี้ เธอทำให้ผมแปลกใจไม่หยุด

 

มันก็ดูเป็นเรื่องน่าสนุกดี แต่ใจลึกๆผมกลับไม่คิดแบบนั้น ผมล้มตัวนอนลงบนเตียง มีแต่ภาพเธอในความคิด

 

พลอยเธอเป็นคนแบบไหนกันนะ ผมตั้งคำถามนี้ในใจ และเสียงเคาะประตูก็ปลุกผมออกจากห้วงความคิด

 

ก๊อก ก๊อก นี่หลับหรือยัง ขอยืมห้องน้ำเปลี่ยนชุดหน่อยซิ ยังวันหยุดอยู่นะ  ยืมใช้ได้ใช้ไหม ! .. . .

 

ผมลุกไปเปิดประตู เห็นเธอในชุดที่เปียกในมือถือเสื้อผ้า ที่ยังอยู่ในห่อพลาสติค และคราวนี้เธอเอาเป้ของเธอมาด้วย

 

ผมผายมือแสดงทีท่าให้เธอใช้ห้องน้ำได้ เธอหายไปพักนึงก็เดินออกมา เสื้อยืดสีขาวและกางเกงขาสั้นสีน้ำเเงิน

 

ตัวเสื้อนั้นยังมีป้ายราคาติดอยู่ เธอเดินมาที่หน้ากระจกที่ติดกับตู้เสื้อผ้า เอียงตัวไปมาหน้ากระจก เธอยื่นหน้าเข้าใกล้

 

กระจกจนแทบจะติดอยู่แล้ว มันทำให้นึกได้ว่าเธอเป็นคนสายตาสั้น เธอแกะป้ายราคาที่ยังติดอยู่กับคอเสื้อออก

 

" โอ๊ย ใหม่ทั้งตัว ไม่ชินเลย " เธอพูดพลางเอามือทึ้งและขยำเสื้อตัวเอง รอยยับเป็นจุดๆปรากฎลงบนเสื้อเธอ

 

" ค่อยดีขึ้นหน่อย . . เอ่อนี่วิน ขอบใจมากนะ " เธอยิ้มให้ผมและเดินไปหยิบเป้ที่เธอวางทิ้งไว้หน้าประตู ทีท่าเธอทำ

 

ให้รู้สึกว่าเธอกำลังจะไป และก็จริงดั่งที่ผมคิดเธอเดินไปเปิดประตู 

 

" พลอย นอนนี่ก็ได้นะ " ผมพูดออกไปโดยไม่ได้คิดไว้ก่อน จริงๆผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดคำชวนที่ดูน่าปฎิเสธ

 

สุดๆออกไปแบบนี้ อาจเพราะเธอเป็นคนแปลก หรือ อาจเพราะผมไม่อยากให้เธอไป ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ผมก็พูดไปแล้ว

 

เธอยิ้มให้และปิดประตู ผมมองประตูที่ค่อยๆปิดลง คำถามมากมายครอบคลุมทุกส่วนของห้อง อาาาา ผมเหนื่อยเกินกว่าจะคิด

 

ผมเข้าไปอาบน้ำ และออกมานอนบนเตียง หรี่เพลงลงจนเบาแทบไม่ได้ยิน ล้มตัวนอนลงบนเตียง นึกถึงแต่เธอ

 

คิดถึงวันพรุ่งนี้ ว่าจะเจอเธอรึเปล่า หรือจะกลับบ้านเลยดี และเมื่อคิดถึงบ้าน ผมก็คิดถึง ผู้หญิงที่ผมคิดถึงเธอตลอดมา

 

ตั้งแต่อายุ 12 ที่ผมเจอเธอ จนถึงตอนนี้ เธอเป็นทุกส่วนในความทรงจำในชีวิตผม และเมื่อคิดถึงเธอ ผมก็คิดถึงเรื่องราว

 

ต่างๆมากมายที่ทำให้เราไม่สามารถลงเอยกันได้ ผมอาจรู้จักเธอเร็วเกินไป หรือ ผมอาจจรู้จักตัวเองช้าเกินไป

 

ไม่ว่าด้วยเหตุผล ผมก็มักจะบอกกับตัวเองว่าแค่นี้ก็ดีมากแล้ว อย่าไปหวังอะไรให้มาก ได้แต่ปลอบและบอกตัวเองเท่านี้

 

เดี๋ยวค่ำคืน ก็ผ่านไป เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ใช่แล้ว เดี๋ยวหลับซักตื่น คืนนี้ก็ผ่านไปแล้ว ครึ่งฝันครึ่งตื่นผมกำลังจะหลับ

 

" ก๊อก ก๊อก นี่ นี่ นี่ ขอตอบว่าตกลงกับคำชวนนะ ริมทะเลหนาวเป็นบ้า ! " 

 

..........................................................................................................................
 
จบ กาล แรก

 

 

 

 

 

not for sell

posted on 23 Aug 2009 00:43 by withthewind

ขายเวลา

ก็เหมือนทำงาน

เราขายเวลาให้งาน

ผมขายน้อยมาก

แต่ก็ขาย

บางคนขายไม่ออก

แต่อยากขาย

ผมไม่อยากขาย

แต่หิว

เริ่มขายบ้าง

วันดีคืนดี

ก็ซื้อบ้าง

ซื้อๆขายๆ

บางเวลาตังไม่พอซื้อเวลาของคนที่อยากซื้อ

ใช้ใจซื้อได้บ้าง บางเวลา

555+

ไม่มีอะไร

ช่วงนี้เวลาเหลือเฟือ

และไม่ได้มีไว้ขาย

ให้บางคน

อย่างเต็มใจ

 

edit @ 23 Aug 2009 00:47:45 by a tell of wind

บรรทัด[ฐาน]ต่อไป

posted on 28 Jun 2009 12:23 by withthewind

เมื่อยามหนึ่ง เรารักเพราะหัวใจเรารัก

เมื่อยามหนึ่ง เรารัก เพราะเขาน่ารัก

เมื่อยามหนึ่ง เรารัก เพราะเขาควรที่จะรัก

เมื่อยามหนึ่ง เรารัก เพราะเราพร้อมที่จะรัก

อีกยามหนึ่ง เรารัก เพราะเขาพร้อมให้เรารัก

อีกยามหนึ่ง เรารัก เพราะต้องรัก

อีกยามหนึ่ง เราเลือก เพราะอาจจะรัก

อีกยามหนึ่ง เราเลือก เพราะเขาพร้อมให้เลือก

อีกยามหนึ่ง เราเลือก เพราะควรเลือก

อีกยามหนึ่ง เขาเลือก เพราะเราคิดว่าเราไม่มีสิทเลือก

อีกยามหนึ่ง ความรักก็หายไปแล้ว

ความรักหายไปแล้ว

คนรักก็หายไป

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ข้อดีที่เห็นแก่ตัว

posted on 17 Sep 2008 20:46 by withthewind

ภาพน้ำแข็งลอยคออยู่ในแก้วทรงกระถางต้นไม้ ข้างๆมีฟองอากาศเม็ดเล็กๆพวยพุงหาอิสระภาพอย่างต่อเนื่อง

มันคงเกลียดน้ำที่เปื้อนแอลกอฮอล์ แต่ผมไม่

กรึก!  เสียงก้นแก้วกระทบโต๊ะไม้ฉั๊มฉาราคาถูก เหลือเพียงน้ำแข็ง ที่ยังไหวเล็กๆอยู่ในแก้วใบนั้น

เบนสายตาลงมองใบปลิวที่ลอยตามลมมาสู่มือในบ่ายวันนี้ 

ประชาธิปไตยในประเทศไทยยังคงหลงทาง ให้ความสำคัญกับเปลือกบางๆของคำว่าประชาธิปไตย

และเปลือกที่ว่านี่มันก็ดันเหนียวแน่นแตกยากกว่าน่าตาอันบอบบางของมันเสียอีก

โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ ที่คนทั้งสองขอบฝั่งของระบอบประชาธิปไตยไทยในปัจจุบันเอื้อมมือซ้ายแตะกันได้

แต่มือขวากับอยู่ห่างกันสุดขั้ว เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะอยู่บนเส้นรอบวงที่ซ้อนทับกันแถบจะเป็นเส้นเดียว

และเผด็จการที่ซ่อนตัวอยู่ในรัฐธรรมณูญก็เจือความหมองหม่นให้ระบอบประชาธิปไตย

เราจึงเห็นว่าระบอบคอมมิวนิสต์............

 

 

............และสัจธรรมข้อหนึ่งก็คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับส่วนตัวกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งมันจะส่งผลกระทบทางตรงกันข้ามกับส่วนรวม

...................................ความไม่เด็ดขาดคือความอ่อนแอของรัฐธรรมณูญฉบับนี้

....................................................................................................................................

 

 

...น้ำแข็งละลายหมดแล้ว เหลือเพียงแก้วที่ยังชื้นแฉะ

ออกไปซื้อดีกว่าเรา

 

.....................3 วันก่อนหน้านี้

คุณวินด์ๆ คุณคิดอย่างไงกับเรื่องที่ประชาชนมาชุมนุมในทำเนียบ

ผมไม่อยากคิดอะไรมาก ผมว่าความเป็นกลางเหมาะสมที่สุด

 

..จริงเหรอ เป็นกลางจากอะไร ถึงอะไร

 

 

 

ณ จุดนั้น

posted on 03 Sep 2008 22:54 by withthewind

เหงาหงอย และโหยหิว ในความเป็นมนุษย์ ขาดแคลนและมั่งมีในเวลาเดียวกัน
ไม่เคยเต็ม และ ห่างไกลคำว่าอิ่มลูบไล้สัมผัสตามจินตนาการที่ไม่ได้ปิดบังสัญชาติญาณดิบแต่ไม่ ดัจฯ
สัมผัส แนบชิดและเหินห่าง จากไปและกลับมา เพียงชั่วกระผีกเสียงแห่งความใคร่
ความรักล่องลอยอยู่ทั่วแต่มิได้กล่าวถึง เพียงรู้และพยายามคิดซะว่า รักนั้นคือ เหตุผล
อาจจริงหรือไม่จริง ยังคงโอบกอดกิเลศสีขาว เอาไว้ลึกๆ ให้พอนึกไม่ถึง
ความสุขที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ลืมอดีต และไม่นึกถึงอนาคตอันใดที่เกินกว่า แปดวินาทีข้างหน้า
ความรับผิดชอบ ขนบธรรมเนียม และวัฒนะรรม ถูกบรรจุใส่กล่องและล็อคกุญแจ ไว้ชั่วคราว
เตลิดไปกับอารมณ์ ไร้เหตุผล แต่ดุเป็นจริง มากกว่า สัจะธรรม ถึงรู้ว่าไม่ แต่อยากถามว่าใครสน?
กลิ่นกายอ้อยอิ่งติดจมูก กัน และ กัน ไม่มีบรรทัดฐานเป้นลายลักษ์อักษรว่า หอม หรือ เหม็น
ไม่มีความสวย หรือ หล่อ ไม่มีรวย หรือ จน ณ วินาทีนั้น เรื่องพวกนี้ถือว่า หยาบเกินกว่าจะเอามาคิด
ดูแล้ว อาจจะมี ก็ ณ จุดนี้กระมัง ที่โลกเราเสมอภาค จุดนี้แหละที่ใกล้ imagine ของ เลนน่อน
ผลักดัน เพื่อ ใกล้ชิด คลาสสิค ในความทรงจำ

โอบกอดกันและกันอีกเนิ่นนาน

17

posted on 18 Jul 2008 00:29 by withthewind

อะฮ่า

ขยับรูปไม่เป้น จงเข้าใจว่าภาพที่สองคือภาพแรกและภาพแรกคือภาพที่สองก็แล้วกัน

ข้องใจตัวเองว่าทำไมชอบทำอะไรแล้วผิด

และ ขาดความสามารถในการทำอะไรที่ควรทำได้

เช่น ชอบสะกดหนังสือผิดทั้งที่เขียนทุกวัน

ลงเกมส์ในคอมพิวเตอร์ไม่เป้น ทั้งที่เล่นเกมส์ทุกวัน

ดาวโหลดอะไรที่ยากกว่า กดคำว่าดาวโหลด แล้วโหลดเลยไม่เป็น

ปฎิเสธคนขายตั๊กแตนที่ทำจากใบอะไรซักอย่างไม่ได้ซักที ไม่ว่าคนขายจะเด็กหรือ แก่

แต่ถ้าสาวๆไม่ปฎิเสธอยู่แล้ว อันนั้นเป็นบรรทัดฐาน

เอารูปมาให้ดูเล่นๆ

ตอนนี้ชาวแม่กลองและนักท่องเที่ยวที่ชอบแม่กลอง ขอบอกว่า

หนังสือแจกฟรี แม่กลองดีไกด์บุ๊คฉบับที่สาม ออกอาทิตย์หน้าแล้วนะครับบบ

แต่ว่าก็ว่าจะบอกทำไม บล็อคนี้เอ็กคุลซีฟมากๆ มีคนอ่านครั้งละประมาณหก คน

555 +

 

อักษร ไทย และ อังกฤษ เรียงรายพร้อมด้วย ตัวเลข และ สัญลักษณ์ เหมือนเป้นรหัสลับสำหรับปริศนาในชีวิต

พิม iyd กับ พิม รัก กดเหมือนกันทุกอย่าง

แตกต่างกันตรงเริ่มต้น แตกต่างกัน หรือ ไม่แตกต่างกัน อักษรมีชีวิตจากคนเขียน หรือ คนอ่าน

ฝุ่น บางๆ บนแป้นพิมแต่ละแป้น ไม่สัมผัสคงไม่รู้สึก ไม่สังเกตแทบมองไม่เห้น ยิ่งสังเกตมันยิ่งเยอะ และเยอะขึ้น

รามไปถึงอักษรที่เริ่มเลือนลาง บนแป้นพิม มันผ่านการใช้งานมานาน

อยากเปลี่ยนใหม่ : ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่อยากเปลี่ยน หรือเอาเข้าจริงถ้าไม่รู้สึกถึงฝุ่นบางๆ มันก้อยู่แบบนี้ต่อไป

มีเงินก้อาจจะเปลี่ยน ถ้าไม่มีเงินก็อาจไม่เปลี่ยน จะดันทุรังเปลี่ยน หรือ เสียดายเลยไม่ยอมเปลี่ยน

มองไปมองมา ก็มีหลายปุ่มเหมือนกันที่ไม่เคยใช้ ไม่เคยรู้สึกรำคาญหรือเกะกะสายตา

ถามว่ามันใช้ทำอะไร ก้ตอบไม่ได้ แต่ก้ไม่เคยแงะมันออก เพราะคิดว่า มันคงไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างนั้น

คิดไปคิดมา

 ความรักเราช่างเหมือนคีย์บอร์ด 

ก.ไก่

posted on 14 Jan 2008 03:52 by withthewind

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กกกกกกกกกกกกกกกกก

ก็ไก่..... ดูยังไง ก็เป็น ก็ ไก่ อย่ามาหลอกวินซะให้ยาก เจ้า ก็ ไก่

 

 

 

ตอนเข้าบล็อคครั้งนี้หน้ากระดาษกว้างและตัวหนังสือไม่ต้องเบียดกันอีกแล้ว

ไม่รู้ใคร ใจดีแก้ให้ คิดไว้คน สอง คน ขอบคุณกั๊บ

edit @ 14 Jan 2008 04:04:05 by a tell of wind

edit @ 30 Jun 2008 00:54:54 by a tell of wind

อีกครั้ง

posted on 11 Jan 2008 05:21 by withthewind

ด้วยระยะเวลาความผูกพันธ์ทั้งทางการพูดคุยหรืออักษรบนจอคอมพิวเตอร์

หรือเพียงการคิดถึงกันอย่างลึกซึ้งและอย่างผิวเผิน

อย่างหนึ่งอย่างใดหรือย่างใดอย่างหนึ่ง

หรือหลายอย่างรวมก็ไม่ว่ากัน จะตำหนิหรือก็ไม่ ขอให้มีซักอย่าง

สิ่งต่างๆเหล่านั้น ร้อยเรียงเกี่ยวกัน สำคัญในความเป็นเพื่อน

ห่างหายจากกันเพียงเพื่อรักษา หน้าที่ในชีวิต

รักและคิดถึงกันตามเวลาที่เหมาะสม จะเสียน้ำตาให้กันบ้างก็ไม่แปลก

จะเจือรอยยิ้มไร้เหตุผล กับสิ่งต่างๆที่บังเอิญ หรือ ตั้งใจ ได้พบ

แล้วทำให้คิดถึงคุณ เขา เรา มึง กู แก กลับมาเป็นความทรงจำนั้น

กับความทรงจำเหล่านี้ และรอยยิ้มตอนพิมประโยคนี้

เกิดขึ้นเพราะ อีกครั้งที่กลับเข้ามาในโลกแห่ง

นี้

 

 

พึ่งรู้ตัวว่าเป็นคนอกหักที่ชอบทำตัวโรแมนติค ฮ่าๆๆๆ ผมล้อเล่น

 

edit @ 12 Jan 2008 18:22:39 by a tell of wind

ไม่ได้เข้ามาในบล็อคนานมาก...นานซะจนเกือบลืมพาสเวิดร์

ในMsnก็เช่นเดียวกัน..ไม่รู้ว่าใครๆเขาไปถึงไหนแล้ว...หากผมตั้งใจอ่านเมลจริงๆ

อาจจะพบว่าชาวบล็อค แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา...หรือไม่ก็ทนพิษรักไม่ไหวหนีไปอยู่ลอนดอนกับ-

อดีตผู้นำ[นำขึ้นหรือนำลงไม่รู้..แต่รู้ว่าประชาชนได้เสียว]ประเทศไทยแล้วก็ได้...

พักนี้นอนไม่หลับเลย ไม่หลับจริงๆ ไม่ได้ทำงานมาจะสองเดือนแล้ว แบบคอนเวิสกันไปเลย

รู้สึกว่าตื่นสายมาก หลับยาก...ตื่นก็ยาก ใช้ชีวิตก็ยากขึ้น รู้สึกว่าสมอง ตีบและ เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

สมองมีแต่ควันบุหรี่ พุงก็เริ่มป่องขึ้นทุกวัน ยังดีที่ความรักลงตัวแล้ว ไม่งั้นคงนึกภาพไม่ออกเหมือนกัน

พิมบล็อค ครั้ง นี้ รู้สึก พิม ช้า ตาลาย เมื่อยนิ้ว หิวข้าว กระหายน้ำ จามและ มี น้ำมูก ...

สงสัย เป็นภูมิแพ้อินเตอร์เน็ต แต่รู้สึกสบายใจแบบแปลกๆ แบบที่ไม่เคยรู้สึก ตอนเขียนบล็อค

อมยิ้ม อยู่ในเน็ทคาเฟ่คนเดียว จนเจ้าของร้านต้องมาเช็ค เพราะนึกว่าผมเปิด ดูเว็บโป๊.....

ก่อนจะกลับไปนั่งคุมร้านต่อ ยังมีหน้ามมาบอกว่า อย่าดูนะน้อง ผิดกฎหมาย แต่สนใจ...betacafe ดูได้

ถึงหน้าผมจะบอกยี่ห้อ ไม่หล่อแต่บ้ากาม แต่ผมก็ไม่เคยเปิดเว็บอนาจาร ตามร้านทั่วไปนะครับ

แต่ถ้าที่บ้านก็ว่าไปอย่าง....นั่นก็อีกเรื่องนึง ... เขียนซะยาวแค่อยากบอกว่า วันนี้ สบายใจจัง ก็เท่านั้นเอง

มีเพื่อนหลายคนที่ผมคบทาง อินเตอร์เน็ท พอไม่ได้เข้ามา ก็รู้สึกทำตัวเหินห่างเพื่อน ไปด้วย

รู้สึก ผิด และ แปลกๆ ชอบ กล เหมือน มี งานบวช แล้ว ไม่บอก ค้างๆคาๆเหมือนลืมปิดแก็ส...

แต่เอาหล่ะๆๆๆๆ....ถ้าคุณๆรู้ว่าผมคิดถึงพวกคุณขนาดไหน...... ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม

อยากพิมต่อ แต่รู้สึกว่า เริ่มมีตุ่มอะไร ขึ้นที่นิ้ว แล้ว วิงเวียน อยากอ๊วกพิลึก...

หรือตื่นมาวันนี้ โลกหมุนเร็วผิดปกติ...

คิดถึงนะครับ

W&T.